การทำป้ายวิ่ง BIB No.

การนำกระดาษสังเคราะห์ CM150DS (Synthetic Paper BOPP ความหนา 150 ไมครอน) มาผลิตเป็นป้ายเบอร์วิ่ง (BIB) ด้วยระบบ Digital Print (เช่น เครื่องเลเซอร์ผงหมึก หรือเครื่องอินดิโก้) ถือเป็นตัวเลือกที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพสูงมากครับ เพราะวัสดุนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทดแทนกระดาษไทเวค (Tyvek) ราคาแพง โดยให้คุณสมบัติกันน้ำ 100% และฉีกไม่ขาด [1, 2, 3]
แนวทางและขั้นตอนการผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด มีรายละเอียดดังนี้ครับ:
1. การเตรียมไฟล์และการจัดการข้อมูล (Data Management)
การพิมพ์ป้ายวิ่งดิจิตอลมีความพิเศษตรงที่เป็นงาน Variable Data Printing (VDP) หรือการพิมพ์ข้อมูลแปรเปลี่ยนที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละแผ่น
  • การจัดทำฐานข้อมูล (Database): เตรียมไฟล์ Excel แยกคอลัมน์ชัดเจน เช่น หมายเลขนักวิ่ง (BIB No.), ชื่อ-นามสกุล, ระยะทาง (5K/10K/21K), บล็อกปล่อยตัว (Wave A/B/C) และรหัสบาร์โค้ด/QR Code [1]
  • การตั้งค่าไฟล์งาน (Artwork Layout): ขนาดป้ายวิ่งมาตรฐานสากลส่วนใหญ่จะนิยมขนาด 21×15 เซนติเมตร (A5 โดยประมาณ) ควรวางเลย์เอาต์บนขนาดกระดาษ CM150DS ซึ่งมาในไซส์มาตรฐาน 13×19 นิ้ว (กระดาษ 1 แผ่นใหญ่ จะสามารถจัดวางป้ายวิ่งได้ประมาณ 4-6 ใบ ขึ้นอยู่กับการเว้นระยะตัดตก) [1, 2, 3]
2. ข้อกำหนดในขั้นตอนการพิมพ์ (Digital Printing Control)
กระดาษสังเคราะห์ CM150DS เป็นวัสดุกลุ่มพลาสติกขาวทึบ ผิวเรียบสองด้าน รองรับระบบพิมพ์ดิจิตอลระบบแห้งได้อย่างดี แต่ต้องควบคุมปัจจัยเหล่านี้: [1, 2]
  • ประเภทเครื่องพิมพ์: เหมาะสมที่สุดกับเครื่องพิมพ์ Digital Press และ Laser ระดับโปรดักชั่น เช่น Fuji Xerox, Konica Minolta, Canon หรือ HP Indigo (ไม่แนะนำให้ใช้กับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทตามบ้านทั่วไปเพราะหมึกจะไม่เกาะผิวพลาสติก) [1, 2]
  • การตั้งค่าความร้อน (Fuser Temperature): พลาสติกเนื้อ BOPP ทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง แต่เนื่องจากระบบเลเซอร์ใช้ความร้อนในการหลอมผงหมึก (Dry Toner) ช่างพิมพ์จำเป็นต้องตั้งค่าประเภทกระดาษในเครื่องให้เป็นแบบ Heavy Paper, Film หรือ Synthetic เพื่อให้เครื่องปล่อยความร้อนและแรงกดที่พอดี ไม่สม่ำเสมอจนกระดาษหดตัว ย้วย หรือละลายติดลูกกลิ้ง [1]
  • ความทนทานของหมึก: ข้อดีของ CM150DS คือเมื่อผ่านเครื่องพิมพ์ดิจิตอลเลเซอร์แล้ว หมึกจะหลอมเคลือบติดแน่นหนา ทนทานต่อการซักล้าง และไม่หลุดลอกเมื่อโดนเหงื่อหรือน้ำฝนในสนามวิ่ง [1, 2]
3. ขั้นตอนหลังงานพิมพ์และการแปรรูป (Finishing)
  • การตัดเจียน (Cutting): นำกระดาษแผ่นใหญ่ที่พิมพ์แล้วมาเข้าเครื่องตัดฉาก (Guillotine Cutter) ตามขนาดชิ้นงาน 21×15 เซนติเมตร
  • การเจาะรูมุม (Corner Punching): เพื่อความสะดวกของนักวิ่ง ควรนำป้ายเข้าเครื่องเจาะรูขนาดเล็กทั้ง 4 มุม สำหรับใช้เข็มกลัดหรือสายเคเบิ้ลไทร์ร้อยยึดกับเสื้อผ้าได้อย่างสะดวก [1]
  • การรันนิ่งชิปจับเวลา (Timing Chip Affixing – ถ้ามี): หากงานวิ่งนั้นใช้ระบบชิปจับเวลา (RFID/Timing Chip) ให้ทำการลอกกาวแผ่นชิปที่ผ่านการคีย์ข้อมูลรหัสตรงกับเบอร์วิ่ง แล้วนำมาแปะไว้ที่แถบด้านหลังของป้าย BIB ในตำแหน่งที่กำหนด [1]
Scroll to Top